5 มกราคม 2010
ย่างเข้าสู่วันที่สามของการลาออก
จากการเป็นมนุษย์เงินเดือนมาเป็นมนุษย์ชิลอยู่ที่ปาย
ความรู้สึกมันทั้งเพลิน ทั้งชิล อยู่เฉยๆ ก็ยิ้มได้ (บ้าป่าวหว่า?)
ส่วนนึงที่เราตัดสินใจลาออกมาโดยไม่รีบหางานรองรับ
เพราะเราอยากจะพักผ่อนจริงๆ ไม่ต้องหรู ไม่ต้องแพง
เราแค่อยากหาที่ที่เราสามารถอยู่ได้อย่างสบายใจเท่านั้นเอง
พอได้มาอยู่ที่นี่ ที่ปายเลยเริ่มเกิดอาการงอแงไม่อยากกลับซะดื้อๆ
อยากมึนๆ แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปเลยเหมือนกัน
แต่ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างงั้นหรอก
ยังต้องมีโลกแห่งความจริงรอให้เรากลับไปผจญภัยกับมันอีก
งั้นเราขอแค่ช่วงนี้เท่านั้น ช่วงเวลาสั้นๆ ที่นี่
ที่เราขอพักใจ พักกายให้สบายจากเรื่องปวดหัวข้างนอกนั่น
แล้วค่อยกลับไปวุ่นวายกับมันใหม่นะ

เราเริ่มต้นเช้าวันที่สามด้วยการอ่านหนังสือ
“ความลับในความรัก”
Conditions of Love, The Philosophy of Intimacy
เขียนโดย จอห์น อาร์มสตรอง
แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา
กับจิบชาเบาพร้อมนอนกระดิกติง แหม๊ อะไรมันจะชิลขนาดน้าน!
แต่มันชิลขนาดนั้นจริงๆ หนังสือเล่มนี้ดีมากนะ
ส่วนเนื้อหาข้างในเป็นอย่างไร ไว้มาเล่าบล๊อกหน้า
อ่านได้ไม่ทันไร ท้องก็ร้องหงิงหงิงขึ้นมาทันที

เหมือนจะรู้ เผอิญวันนี้จี้ทำบราวนี่ (ในตำนาน) ด้วย
เราเลยทวิตไปหาคุณเม่น แล้วก็รีบปั่นจักรยานไปสุดชีวิตเพื่อไปกินบราวนี่
จะบอกว่ากลิ่นหอมมาถึงที่บ้ายปายนาแน่ะ เว่อร์ไป!
แต่ปั่นยังไม่ทันถึงไหนก็โดนเบรกกึกด้วยหมีแพนด้าและไอติม
ทันใดนั้น เรากระโดดทิ้งจักรยานทันทีเพื่อไอติม
โฮะโฮะโฮะ! เพื่อของกินสินะ ![]()
เราขอชิมแต่เค้าไม่ให้ ใจร้ายจัง ><’
เลยเลือกกินไอติมส้มเชอร์เบทน่าจะเข้ากับอากาศร้อนแบบนี้ดี
แถมไม่หนักเกินไปด้วย เพราะบราวนี่รอเราอยู่
ปั่นไปถึงหลังบ้านจี้กะคุณเม่น อิแก้วก็กระโดดทิ้งจักรยานเช่นเคย
เพราะกลิ่นบราวนี่ยั่วยวนมาก
อ้ำแรก…อื้มมม
อ้ำสอง…อื้มมมมมม
อ้ำสาม…อื้มมมมมมมมม
หม่ำไปก็พยักหน้าหงึกๆ
เข้าใจแล้วถึงบราวนี่ในตำนาน

ท้องอิ่มปุ๊บเราก็ออกเดินทางทันที
โดยมีเป้าหมายว่าจะไปดูที่ที่จะจัดงานแต่งงานตอนเย็น
เพราะจี้จะเอาบราวนี่ไปให้เค้าด้วย
แต่ระหว่างทางดันไปเจอกองฟาง ที่เราเรียกกันว่า ด่านเจดีย์สามองค์
เลยแวะลงไปถ่ายรูป Pre-Wedding เซ็ทแรกกัน
เออ เนอะถ่ายกะอะไรไม่ถ่ายมาถ่ายกะกองฟาง
เอาเข้าไป เพี้ยนพอกันทั้งว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว และคนถ่าย
วันนั้นแสงเป็นใจตะหาก
ฉะนั้น แม้จะถ่ายด้วยกล้องดิจิง่อยๆ ก็พอออกมาถูไถ
บางทีการถ่ายรูปเพื่อบันทึกช่วงเวลาดีๆ
อาจจะไม่จำเป็นจะต้องเป็นที่หรูๆ ก็ได้นะ
เอาแค่คนข้างๆ เราเป็นคนที่ทำให้เรามั่นใจได้
แค่นี้มันก็พอแล้วล่ะ

สำหรับที่จัดงานตอนเย็นชื่อว่า ปาย อาร์ อาส สวยมากอยู่ริมแม่น้ำปายพอดิบพอดี
เป็นสถาปนิกที่มาจากกรุงเทพฯ มาปักรากที่นี่เหมือนกัน(มั้ง?)
รายละเอียดนี่จำไม่ค่อยได้ ไว้รอว่าที่บ่าว-สาวเค้าเล่าเองละกัน
รู้แต่ว่าที่นี่น่ารักเหมาะกับการจัดงานแต่งช่วงเย็นมาก
ดูจากสถานที่แล้ว งานแต่งนี้มีกระโดดลงน้ำแน่ๆ ฟันธง!

เย็นย่ำพวกเราสามคนเริ่มหิว
เลยไปฝากท้องกันไว้ที่ร้านโรงอาหาร ตรงถนนคนเดิน
เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมาเลย
ร้านนี้มีก๋วยจั๊บ เกี๊ยวน้ำ อะไรอีกหว่าจำไม่ได้
จำได้แต่ที่ตัวเองกินง่ะ แล้วก็น้ำแก้วโตทั้งกระเจี๊ยบ มะตูม ฯลฯ
เย็นนั้นอิ่มหมีพีมันกันไปเพราะมีลูกชิ้นปิดท้ายอีกคนละไม้ด้วย
อิ่มแล้วก็ลูบท้องป้อยๆ จะผอมทันงานแต่งมั้ยเนี่ย -_-’

อยู่ที่ปายเวลาผ่านไปเร็วจัง
เพราะเรากำลังเพลินอยู่สินะ ~













