หนีรักไปพักปาย วันที่ 4

6 มกราคม 2010
วันนี้เป็นวันชิลๆ เราเริ่มต้นด้วยการไปช้อปปิ้งที่ตลาดพุธ (ชื่อนี้เพราะมีทุกวันพุธ)
เพื่อจะไปตามล่าหากล้วยหอม เพราะจี้บอกว่าจะทำบานอฟฟี่ให้เรากิน
แต่อยู่ๆ กล้วยหอมก็หายากขึ้นมาซะงั้น  เลยเดินช้อปอย่างอื่นกันแทน
ตลาดง่ายๆ น่ารักๆ ข้าวของราคาไม่แพง
จริงๆ ถ้าเราซื้อวัตถุดิบไปทำกินเอง
ก็สามารถอยู่ที่ปายในราคาเบาๆ ได้แบบชิลๆ เลยนะ
ผักกำละแค่ห้าบ่ะ (ใส่สำเนียงไม่ช่ะโด้ย!) ของอย่างอื่นก็ราคาย่อมเยา

เดินวนไปเวียนมาก็ไปพักขากันที่ร้าน Fruit Factory
รู้สึกว่าร้านนี้จะเป็นร้านดังที่หลายคนชอบมากัน
แต่มีสองสาขาคือ ตรงถนนคนเดินกับตรงนี้
นั่งหย่อนใจไปสักพักเหลือบไปเห็นร้านหนังสือขึ้นป้ายว่า
“ร้านชำ สำหรับคนขี้ลืมแต่อยากจำ” เป็นร้านหนังสือของสนพ.ฟรีฟอร์ม
หรือสนพ.ของคุณปราย พันแสงนั่นเอง
ที่ตอนนี้พี่เค้าเหมือนจะย้ายรกรากไปอยู่ที่โน่นแล้ว
รายละเอียดลองไปหาอ่านตามที่บล๊อกพี่เค้านะ

เราเดินไปดูหนังสือ แล้วปรากฎว่าเจอน้องเฝ้าร้านคนหนึ่ง
เค้าบอกว่า ที่สนพ.กำลังรับคนเหมือนกัน อ่ะ..เข้าทาง
เพราะถ้าได้ทำงานที่นี่ ก็หาเรื่องมาอยู่ที่นี่ได้เนียนๆ
แถมมีที่พักให้ตะหาก เราเลียปากแผล่บๆ
พร้อมจินตนาการว่าถ้าได้มาจริงๆ จะหอบเอาจูเนียร์ขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่นี่เลย
แล้วน้องเค้าก็ชวนคุยนู่น นี่ นั่น พร้อมอวดรูปขุนแม่ยะ
ที่ที่มีดอกพญาเสือโคร่งขึ้นเต็มไปหมดเลย
เรากับจี้หันมามองหน้ากัน แล้วก็พยักเพยิดเตรียมไปเต็มที่
ได้ที่ลัลล๊าสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วสินะ
แล้วเราก็เดินดูหนังสือในร้านต่อ
นึกไปถึงตอนที่ตัวเองทำงานแรกที่สนพ.บลิส (อิมเมจเก่า)
ตอนนั้นเรามีความสุขมาก เพราะได้อ่านหนังสือเยอะมาก
ออฟฟิศก็เป็นโอมออฟฟิศน่ารักๆ ตอนนั้นให้อารมณ์เป็นคนญี่ปุ่นมากๆ
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่นั่นก็น่ารักทุกคน
พูดแล้วก็คิดถึงตอนนั้น :)
ชอบจังการได้ทำงานในที่ที่มีหนังสือเยอะๆ อ่านหมดหรือป่าวไม่รู้
แต่ได้เห้นได้จับ แล้วมันมีความสุขบอกไม่ถูก
เคยฝันว่าถ้ามีบ้านเป็นของตัวเองอยากมีห้องหนังสือใหญ่ๆ ไว้สักห้อง
จะไปนั่งคลุกอยู่ในนั้นทั้งวันเลย

ออกมาจากร้านหนังสือก็กลับไปที่พักของจี้และคุณแม่น
ไปช่วยลงสีที่กำแพงต่ออีกชั้นหนึ่ง ได้เป็นชาวอวาท่าอีกตามเคย
แต่หนนี้ด้วยเพราะเรามีประสบการณ์แล้ว เราเลอะน้อยลงแยะเลย
อืม…ตรงกำแพงร้านจี้น่ะสีเขียว แต่ในครัวเป็นสีชมพูนะ
สวยหวานเชียวแระ แล้วพอเอาอุปกรณ์ทำขนมมาแปะก็ดูอาร์ทขึ้นมาซะงั้น
ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรๆ พอมาอยู่ที่ปายมันดูน่ารักไปซะหมด (ว่าไปนั่น!)
แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะเรากับจี้ยังพูดกันอยู่เลย

ทาสีเสร็จเราไปกินกลางวันกันที่ร้าน Pai Island
เป็นรีสอร์ทสุดหรูในสไตล์เกาะแต่มาอยู่ที่ปาย
เก๋ม่ะล่ะ พนักงานที่นี่น่ารักและเป็นกันเองมาก
เพราะวันนี้เราแต่งตัวมอมแมมมาก เสื้อยืด กางเกงเล รองเท้าผ้าใบ
คือถ้าไปร้านหรูๆ ที่กรุงเทพฯ คงโดนมองหัวจรดเท้า
แต่ที่นี่เค้าคงชินกับการที่มีคนแต่งตัวแบบนี้แล้วมั้ง
สั่งอาหารมากินกันอย่างราชาเลย
อาหารของที่นี่ราคาจะเป็น 111 บาท 222 บาท
เป็นกิมมิคของที่นี่เพราะพี่เจ้าของเค้าชอบเลขตองก็น่ารักดีนะ
เห็นแล้วก็รู้สึกได้ถึงความเก๋และความแปลกที่คิดเอาเกาะมาไว้บนนี้
คนเรามาอยู่ภูเขาก็ยังจะเอาเกาะขึ้นมาด้วย
แล้วเวลาไปอยู่เกาะก็สร้างแบบภูเขา
อืม เอาเข้าไป :lol:

ต่อจากนั้นเราก็ไปกันต่อที่ร้านกาแฟของอาสึมิ
อาสึมิเป็นลีซอโมเดิร์นทำร้านกาแฟและที่พักเล็กๆ ในปาย
ทำเลร้านของอาสึมิเป็นทำเลเมพมาก
จากระเบียงร้านมองไปเห็นภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา
มีเมฆประดับเป็นหย่อมๆ ช่วยทำให้ท้องฟ้าไม่เหงาจนเกินไป
วิวแบบนี้มันวิวในฝันชัดๆ!
จี้เล่าให้ฟังว่ามีนายทุนจะมาขอซื้อที่ตรงนี้จากอาสึมิ
โดยให้ราคา 60 ล้าน  :shock: 60 ล้าน!!!!
แต่…อาสึมิไม่ขาย สะบัดบ๊อบใส่ซะงั้น
คาดว่าอาสึมิน่าจะทำนายได้ว่าพื้นที่ตรงนี้มันมีค่าเยอะกว่านั้นแยะ
อาสึมิอาจจะไม่ได้มองแค่มูลค่าตัวเลข แต่รวมทั้งมูลค่าทางจิตใจด้วย(มั้งนะ)
เรานั่งกินกาแฟอยู่ตรงนี้ยังอิจฉาอาสึมิเลย
ใครๆ ก็คงฝันอยากมีร้านในทำเลแบบนี้
บรรยากาศที่สวย สงบ ชิล มีอากาศบริสุทธิ์
60 ล้านคงซื้อไม่ได้จริงๆ

เย็นนั้น ออกจากร้านอาสึมิเราก็ไปฝากท้องกันที่ถนนคนเดิน
ที่ร้านแฮมเบอร์เกอร์โพนยางคำที่เราเพิ่งค้นพบ
เก๋มั้ยล่ะ มีเนื้อโพนยางคำมาเปิดที่นี่
แถมทำเป็นแฮมเบอร์เกอร์ต่างหาก
วันนี้เป็นอีกวันที่มีความสุขจัง :grin:
อ่อ…มีเรื่องน่ารักๆ อีกเรื่องหนึ่งตรงร้านกาแฟอาสึมิ
ตอนที่เราชื่นชมท้องฟ้าสีสวยของที่นี่
คุณเม่นพูดว่า “KPI ของคุณเม่นเป็นท้องฟ้าที่นี่”
โห! คำพูดโค่ดหล่อเลย
นั่นสินะ บางทีการได้นั่งจ้องท้องฟ้าสีสวยๆ
กับได้สูดอากาศบริสุทธิ์มันก็คงเพียงพอแล้วละ

ป.ลิง. เรายังคิดถึงเค้าอยู่เลย ลืมยากนิ ลืมคนที่เรารักอ่ะ

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ นั่นก็คือ คุณสามารถนำบทความใน blog นี้ไปเผยแพร่ได้ แต่ต้องให้เครดิตคนเขียนด้วยนะจ๊ะ